วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

การแชร์ต่างๆ

การแชร์  Wi - Fi  ผ่านคอมพิวเตอร์



ภาพประกอบวิธีตั้งค่าการใช้งาน


1


2


3


4


5


6


7



8


9.


10.


11.



12.   ทดสอบการปล่อย Wi - Fi




ถ้าเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใหม่ ก็เปิด cmd แล้วพิม 
netsh wlan start hostednetwork

ถ้าจะปิดการแชร์เนตก็ให้ใช้คำสั่ง
netsh wlan stop hostednetwork



Video สาธิตการตั้งค่า


การแชร์ Wi - Fi ด้วย Windows 7




** กรณีที่เจอปัญหาดังต่อไปนี้ **

you must run this command from a command prompt with administrator privilege.
• ตอนเปิด CMD ให้คลิกขวาที่ไอคอนแล้วเลือก Run as asministrator

'netsh' is not recognized as an internal or external command, operable program or batch file
• ไฟล์ batch ของ netsh หาย ให้ลองเช็คที่ C:/Windows/system32 ว่ามีหรือป่าว
ถ้าไม่มีก็แปลว่าเป็นปัญหาที่ตัว Windows ที่ใช้อยู่

การโอน - ส่งไฟล์ข้อมูลผ่านโปรแกรม  Team Viewer 


ขั้นตอนการติดตั้ง โปรแกรม



Click 

เว็บไซค์ สำหรับผู้ฝึกหัดใช้เริ่มต้นศึกษา   http://www.teamviewer.com/th/help/firststeps.aspx




Watching How to use by  Videos

 Team Viewer 5



วิธีติดตั้ง



คู่มือการใช้งาน







เทคนิคการโอนย้ายข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์  ด้วย SWITCHING


Network Connection

วิธีเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องเข้าด้วยกัน

  1. ทั้ง 2 วิธีจะมีหลักการคล้ายๆ กัน คือวิธีที่ 1 ต่อสายแลนจากคอมพิวเตอร์เข้า Switch แต่ถ้าเป็นกรณีที่ 2 ต้องสายแลนเข้าด้วยกันระหว่างสองคอมพิวเตอร์
  2. กำหนด IP Address ให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยการเข้าเมนู Control Panel
  3. คลิกเลือก Network Connection
  4. ให้เลือก Lan Area Connection คลิกขวาเลือก Properties
  5. ในช่อง "This connection uses the following items" ให้คลิกเลือก "Internet Protocol (TCP/IP) และคลิก Properties
  6. พิมพ์ IP Address ดังนี้
    • IP Address: 192.168.0.100
    • Subnet mask: 255.255.255.0
    • Default Gateway: 192.168.0.1
  7. สำหรับคอมพิวเตอร์อีกเครื่องให้พิมพ์เหมือนกัน ยกเว้น IP Address ให้พิมพ์ต่างกัน เช่น 192.168.0.101 เป็นต้น
  8. จากนั้นให้คลิกไอคอน My Network Places
  9. คลิก View workgroup computers
  10. จากนั้น คุณจะเห็นคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง ให้คลิกเลือกได้เลย
  11. ถ้าเครื่องคอมฯ อีกเครื่องมี password คุณจะต้องใส่ user name และ password ให้ถูกต้องด้วย


ดังตัวอย่างจากวิดิโอต่อไปนี้ 
v
v
v
v






Thank you   www.youtube.com



Subnet Mark  คือ ?


"Subnet Mask คืออะไร มีหน้าที่อย่างไร แล้วทำไมเวลาพูดถึง IP address จะต้องพูดถึง Subnet Mask ควบคู่กันทุกครั้งไป แล้ว IP address ไปสัมพันธ์กับเจ้า Subnet Mask อย่างไร  ??????"


Subnet Mask คือตัวที่จะช่วยทำให้เราสามารถระบุได้ว่า IP address เบอร์นั้นๆ มี Network ID คืออะไร

โครงสร้างของ Subnet Mask

     Subnet Mask มีต้นกำเนิดมาจากเลขฐานสอง (0 หรือ 1) เช่นเดียวกับ IP address ครับ โดย Subnet Mask จะเป็นเลขฐานสองที่มีขนาดทั้งหมด 32 bit และแบ่งออกเป็น 4 ชุด ชุดละ 8 bit โดยแต่่ละชุดจะถูกคั่นด้วยจุด 

ลักษณะเด่นของ Subnet Mask

     Subnet Mask จะเป็นเลขฐานสองที่มีขนาด 32 bit โดยเลขฐานสองทั้ง 32 bit นี้จะถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือ ฝ่ายซ้าย และฝ่ายขวา ซึ่งทั้งฝ่ายซ้าย และฝ่ายขวาสามารถอธิบายเพิ่มเติมได้ดังนี้
- เลขฐานสองทุก bit ที่อยู่ฝ่ายซ้าย จะต้องมีค่าเป็น 1 เสมอ (จะมี 0 มาแทรกไม่ได้เด็ดขาด)
- เลขฐานสองทุก bit ที่อยู่ฝ่ายขวา จะต้องมีค่าเป็น 0 เสมอ (จะมี 1 มาแทรกไม่ได้เด็ดขาด)

หมายเหตุ เลขฐานสอง 1 ตัว เราเรียก 1 bit

ตัวอย่าง เช่น



Subnet Mask แตกต่างจาก IP address อย่างไร !!

- IP address ที่เป็นเลขฐานสอง ทั้ง 32 bit ตำแหน่งไหนจะเป็น 0 หรือตำแหน่งไหนจะเป็น 1 ก็ได้ ไม่มีกฏเกณฑ์ในการแบ่งว่า 1 ต้องเรียงกัน หรือ 0 ต้องเรียงกันเหมือนอย่าง Subnet Mask

- Subnet Mask ที่เป็นเลขฐานสอง ทั้ง 32 bit จะต้องเริ่มต้นกำหนดก่อนว่าจะเริ่มแบ่งฝ่ายซ้าย และฝ่ายขวาที่จุดใด (กฏเกณฑ์ในการแบ่งฝ่ายว่าจะเริ่มที่จุดใด ลองอ่านไปเรื่อยๆ จะเข้าใจเองครับ) โดย bit ทั้งหมดที่อยู่ฝ่ายซ้ายจะต้องเป็น 1 ทั้งหมดทุก bit จะมี 0 มาแทรกไม่ได้เด็ดขาด และ bit ทั้งหมดที่เป็นฝ่ายขวาจะต้องเป็น 0 ทั้งหมดทุก bit จะมี 1 มาแทรกไม่ได้เด็ดขาด












ตัวอย่างของการคำนวณหา Network ID โดยการนำ IP address มา AND กับ Subnet Mask ดังรูปข้างล่างครับ

ตัวอย่างที่ 1



จากรูปข้างบน เราสามารถสรุปได้ว่า เมื่อเรานำ IP address 10.100.31.9 มา AND กับ Subnet Mask 255.0.0.0 แล้ว เราจะได้ Network ID = 10.0.0.0 


Network ID = 10
Host ID = .0.0.0 (.0.0.0 เป็นตัวแทนของ Host ID ใดๆ)


ตัวอย่างที่ 2

จากรูปข้างบน เราสามารถสรุปได้ว่า เมื่อเรานำ IP address 172.16.7.41 มา AND กับ Subnet Mask 255.255.0.0 แล้ว เราจะได้ Network ID = 172.16.0.0 

Network ID = 172.16
Host ID = .0.0 (.0.0 เป็นตัวแทนของ Host ID ใดๆ)



ตัวอย่างที่ 3

จากรูปข้างบน เราสามารถสรุปได้ว่า เมื่อเรานำ IP address 192.168.89.11 มา AND กับ Subnet Mask 255.255.255.0 แล้ว เราจะได้ Network ID = 192.168.89.0 

Network ID = 192.168.89
Host ID = .0 (.0 เป็นตัวแทนของ Host ID ใดๆ)


สรุป Subnet Mask และ Prefix Length



ส่วนประกอบพื้นฐานของระบบ LAN

1. ระบบปฏิบัติการเครือข่าย (NOS: Network Operating System)
มีหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของเครือข่าย เช่นเดียวกับการที่ระบบปฏิบัติการ (Operating System) ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่งในเครือข่ายแบบ Peer-to-Peer เช่น Windows for Workgroups จะมีระบบปฏิบัติการเครือข่ายอยู่ในเครื่องทุกเครื่องของเครือข่าย ในขณะที่ในเครือข่ายแบบ Server-based เช่น Netware หรือ Windows NT นั้น ระบบปฏิบัติการเครือข่ายจะอยู่ที่เครื่อง Server ในขณะที่ workstation จะใช้ซอฟต์แวร์ขนาดเล็กอีกตัวในการติดต่อรับ-ส่งข้อมูลกับ Server

 2. เครื่องเซิร์ฟเวอร์และสถานีงาน (Server and Workstation) ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบกันเป็นเครือข่ายนั่นเอง โดยเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) จะเป็นเครื่องหลักที่มีหน้าที่ให้บริการต่างๆ ได้แก่สถานีงาน (Workstation) หรือโหนด (Node) ซึ่งบริการหลัก ๆ ก็คือ บริการแฟ้มข้อมูล (File Server) บริการเครื่องพิมพ์ (Print Server) บริการ FAX (FAX Server) บริการฐานข้อมูล (Database Server) เป็นต้น ส่วน Workstation นั้นก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้ใช้ในการ ติดต่อเข้าเครือข่ายนั่นเอง

3. แผงวงจรเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface Card-NIC) จะเป็นอุปกรณ์ที่เป็นแผนวงจรสำหรับเสียบเข้าช่องต่อขยาย (expansion bus) ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถต่อสายของเครือข่ายเข้ามาและทำการติดต่อส่งข้อมูลกับเครือข่ายได้

4. สื่อส่งข้อมูล (Media) ระบบการเดินสายจะเป็นสื่อที่เชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายเข้าด้วยกัน ซึ่งอาจประกอบด้วยสายแบบต่าง ๆ คือ UTP/STP, Coaxial, Fiber Optic หรือแม้แต่การเชื่อมกันแบบไร้สาย เช่น Infrared หรือสัญญาณวิทยุก็ได้

5. ทรัพยากรและอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกัน (Shared Resources and Peripherals) จะรวมถึงอุปกรณ์หน่วยความจำถาวร เช่น ฮาร์ดดิสก์ หรือเทปที่ต่ออยู่กับเครื่อง Server ตลอดจนเครื่องพิมพ์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งผู้ใช้ในเครือข่ายที่ได้รับอนุญาตสามารถใช้งานได้

ความหมาย Network

ความหมาย Network
1. การที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป เชื่อต่อเข้าด้วยกันทั้งทางตรงและทางอ้อม
2. มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์
3. มีการถ่ายเทข้อมูระหว่างกัน สามารถใช้ทรัยากรร่วมกันได้


















ประโยชน์ Network

การแลกเปลี่ยนข้อมูลทำได้ง่าย
          โดยผู้ใช้ในเครือข่ายสามารถที่จะดึงข้อมูลจากส่วนกลาง หรือข้อมูลจากผู้ใช้คนอื่นมาใช้ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย เหมือนกับการดึงข้อมูลมาใช้จากเครื่องของตนเอง และนอกจากดึงไฟล์ข้อมูลมาใช้แล้ว ยังสามารถคัดลอกไฟล์ไปให้ผู้อื่นได้อีกด้วย

ใช้ทรัพยากรร่วมกันได้
          อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายนั้น ถือว่าเป็นทรัพยากรส่วนกลางที่ผู้ใช้ในเครือข่ายทุกคน สามารถใช้ได้โดยการสั่งงานจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของ ตัวเองผ่านเครือข่ายไปยังอุปกรณ์นั้น เช่น มีเครื่องพิมพ์ส่วนกลางในเครือข่าย เป็นต้น ซึ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วย
ใช้โปรแกรมร่วมกัน
          ผู้ใช้ในเครือข่ายสามารถที่จะรันโปรแกรมจาก เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง เช่น โปรแกรม Word, Excel, Power Point ได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องจัดซื้อโปรแกรม สำหรับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง เป็นการประหยัดงบประมาณในการจัดซื้อ และยังประหยัดเนื้อที่ในหน่วยความจำด้วย

ทำงานประสานกันเป็นอย่างดี
          ก่อนที่เครือข่ายจะเป็นที่นิยม องค์กรส่วนใหญ่จะใช้คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น เมนเฟรม หรือมินิคอมพิวเตอร์ ในการจัดการงาน และข้อมูลทุกอย่างในองค์กร แต่ปัจจุบันองค์กรสามารถกระจายงานต่าง ๆ ให้กับหลาย ๆ เครื่อง แล้วทำงานประสานกัน เช่น การใช้เครือข่ายในการจัดการระบบงานขาย โดยให้เครื่องหนึ่งทำหน้าที่จัดการการเกี่ยวกับใบสั่งซื้อ อีกเครื่องหนึ่งจัดการกับระบบสินค้าคงคลัง เป็นต้น
ติดต่อสื่อสารสะดวก รวดเร็ว

           เครือข่ายนับว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ได้เป็นอย่างดี ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล กับเพื่อนร่วมงานที่อยู่คนละที่ ได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว
เรียกข้อมูลจากบ้านได้

          เครือข่ายในปัจจุบันมักจะมีการติดตั้งคอมพิวเตอร์ เครื่องหนึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าใช้เครือข่ายจากระยะไกล เช่น จากที่บ้าน โดยใช้ติดตั้งโมเด็มเพื่อใช้หมุนโทรศัพท์เชื่อมต่อ เข้ากับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นก็จะเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย



ประเภท Network


1. LAN (Local Area Network)
          ระบบเครื่องข่ายท้องถิ่น เป็นเน็ตเวิร์กในระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร ไม่ต้องใช้โครงข่ายการสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ คือจะเป็นระบบเครือข่ายที่อยู่ภายในอาคารเดียวกันหรือต่างอาคาร ในระยะใกล้ๆ

2. MAN (Metropolitan Area Network)
          ระบบเครือข่ายเมือง เป็นเน็ตเวิร์กที่จะต้องใช้โครงข่ายการสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย เป็นการติดต่อกันในเมือง เช่น เครื่องเวิร์กสเตชั่นอยู่ที่สุขุมวิท มีการติดต่อสื่อสารกับเครื่องเวิร์กสเตชั่นที่บางรัก

3. WAN (Wide Area Network)
          ระบบเครือข่ายกว้างไกล หรือเรียกได้ว่าเป็น World Wide ของระบบเน็ตเวิร์ก โดยจะเป็นการสื่อสารในระดับประเทศ ข้ามทวีปหรือทั่วโลก จะต้องใช้มีเดีย(Media) ในการสื่อสารขององค์การโทรศัพท์ หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทย (คู่สายโทรศัพท์ dial-up / คู่สายเช่า Leased line / ISDN) (lntegrated Service Digital Network สามารถส่งได้ทั้งข้อมูล เสียง และภาพในเวลาเดียวกัน)


                                
Peer To Peer
          เป็นระบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องบนระบบเครือข่ายมีฐานเท่าเทียมกัน คือทุกเครื่องสามารถจะใช้ไฟล์ในเครื่องอื่นได้ และสามารถให้เครื่องอื่นมาใช้ไฟล์ของตนเองได้เช่นกัน ระบบ Peer To Peer มีการทำงานแบบดิสทริบิวท์(Distributed System) โดยจะกระจายทรัพยากรต่างๆ ไปสู่เวิร์กสเตชั่นอื่นๆ แต่จะมีปัญหาเรื่องการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากข้อมูลที่เป้นความลับจะถูกส่งออกไปสู่คอมพิวเตอร์อื่นเช่นกันโปรแกรมที่ทำงานแบบ Peer To Peer คือ Windows for Workgroup และ Personal Netware



                                            
Client / Server
          เป็นระบบการทำงานแบบ Distributed Processing หรือการประมวลผลแบบกระจาย โดยจะแบ่งการประมวลผลระหว่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์กับเครื่องไคลเอ็นต์ แทนที่แอพพลิเคชั่นจะทำงานอยู่เฉพาะบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ก็แบ่งการคำนวณของโปรแกรมแอพพลิเคชั่น มาทำงานบนเครื่องไคลเอ็นต์ด้วย และเมื่อใดที่เครื่องไคลเอ็นต์ต้องการผลลัพธ์ของข้อมูลบางส่วน จะมีการเรียกใช้ไปยัง เครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้นำเฉพาะข้อมูลบางส่วนเท่านั้นส่งกลับ มาให้เครื่องไคลเอ็นต์เพื่อทำการคำนวณข้อมูลนั้นต่อไป



Topology
(โครงสร้างของเครือข่าย )
          โครงสร้างของเครือข่ายหรือภาษาทางเทคนิคเรียกว่า "Topology" คือลักษณะการเชื่อต่อทางกายภาพระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ในระบบเครือข่าย ซึ่งหากจะแบ่งประเภทของโครงสร้างเครือข่ายกันจริง ๆ ตามหลักวิชาการที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยก่อน ๆ นั้น ก็สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 แบบคือ
1. โครงสร้างแบบสตาร์ (Star Network)
2. โครงสร้างแบบบัส (Bus Network)
3. โครงสร้างแบบริง (Ring Network)
4. โครงสร้างแบบเมซ (Mesh Network)